top of page

ตกขาวสีไหนผิดปกติ?

  • 3 days ago
  • 1 min read
ตกขาวสีไหนผิดปกติ? เช็คสีตกขาว

เช็ก “สีตกขาว” ตกขาวสีไหนผิดปกติ

“ตกขาว” เป็นเรื่องธรรมชาติของผู้หญิง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญของร่างกายที่ช่วยดูแลสุขภาพช่องคลอด เพราะตกขาวทำหน้าที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยกำจัดเซลล์เก่าภายในช่องคลอด แต่ตกขาวก็มีสีแตกต่างกัน แล้วตกขาวแบบไหนปกติ? ตกขาวสีไหนผิดปกติ ที่ควรไปพบแพทย์


ในบางวันตกขาวอาจจะเปลี่ยนสี เปลี่ยนกลิ่น จนเริ่มไม่มั่นใจว่าควรกังวลไหม

ความจริงแล้ว “สีของตกขาว” สามารถเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพภายในได้ โดยเฉพาะเมื่อมาพร้อมอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบ กลิ่นแรง หรือปวดท้องน้อย มาดูกันว่า ตกขาวสีไหนปกติ และตกขาวสีไหนควรรีบพบแพทย์


ตกขาวสีไหนผิดปกติ

ก่อนจะไปรู้ว่าตกขาวสีไหนผิดปกติเป็นอย่างไร เราควรรู้ก่อนว่า “ตกขาวปกติ” หน้าตาเป็นแบบไหน

โดยทั่วไป ตกขาวปกติจะมีลักษณะ

  • สีขาวใส สีออกขาวขุ่น หรือลักษณะใส ๆ คล้ายไข่ขาว

  • มีกลิ่นอ่อน ๆ เฉพาะตัว ตามธรรมชาติของร่างกาย

  • ไม่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง

  • ไม่ทำให้คัน แสบ หรือระคายเคือง

  • ปริมาณเปลี่ยนแปลงได้ ในช่วงก่อนและหลังมีประจำเดือน เช่น ช่วงไข่ตก อาจมีตกขาวเยอะขึ้น ลักษณะยืด ๆ คล้ายไข่ขาว ถือเป็นเรื่องปกติจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

หากตกขาวเริ่ม เปลี่ยนสี เปลี่ยนกลิ่น หรือมีอาการคัน แสบ ถือว่ามีอาการของตกขาวที่ผิดปกติ


เช็กสีตกขาวที่ “ผิดปกติ” และอาจบอกโรคได้

1. ตกขาวสีเทา หรือขาวอมเทา

สัญญาณของสมดุลช่องคลอดที่เสียไป

ลักษณะที่พบบ่อย

  • สีเทา หรือขาวหม่น

  • มีกลิ่นเหม็นคาวปลาแรง โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์

  • บางรายอาจมีอาการแสบหรือระคายเคืองร่วมด้วย

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ การติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด (Bacterial Vaginosis หรือ BV) เนื่องจากภายในช่องคลอดของผู้หญิงมีแบคทีเรียชนิดดีช่วยรักษาสมดุลอยู่ตามธรรมชาติ แต่หากสมดุลเสีย อาจทำให้แบคทีเรียชนิดไม่ดีเพิ่มจำนวน จนเกิดกลิ่นเหม็นและตกขาวสีผิดปกติได้

สาเหตุที่ทำให้ตกขาวออกสีอมเทา เกิดได้จาก

  • สวนล้างช่องคลอดบ่อยเกินไป

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคือง

  • เปลี่ยนคู่นอนบ่อย

  • พักผ่อนน้อยหรือภูมิคุ้มกันลดลง


2. ตกขาวสีขาวข้น เป็นก้อน คล้ายนมบูดหรือคราบชีส

สัญญาณของ “เชื้อราในช่องคลอด”

ลักษณะที่พบบ่อย

  • ตกขาวข้น ๆ เป็นก้อน

  • สีขาวข้น อาจปนเหลืองอ่อน ๆ

  • คล้ายเศษนมบูดหรือคราบชีส

  • คันมาก แสบ แดง รู้สึกระคายเคือง

บางคนจะรู้สึกแสบตอนปัสสาวะ หรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ร่วมด้วย อาการลักษณะนี้มักสัมพันธ์กับ การติดเชื้อราในช่องคลอด (Vaginal Yeast Infection / Candidiasis)

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเชื้อรา เช่น

  • ใส่กางเกงรัดแน่น ๆ เป็นประจำ หรือปล่อยให้จุดซ่อนเร้นอับชื้น

  • นอนดึก พักผ่อนน้อย

  • กินยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง ไม่ปรึกษาแพทย์

  • น้ำตาลในเลือดสูง

  • ภูมิคุ้มกันลดลง


3. ตกขาวสีเหลือง หรือสีเขียว

อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ หากตกขาวมีสีเหลืองเข้ม เหลืองเขียว หรือสีเขียว และมักจะมีอาการร่วม ดังนี้

  • มีกลิ่นแรงผิดปกติ

  • ตกขาวเป็นฟอง

  • ปัสสาวะแสบขัด

  • เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์

  • คันหรือระคายเคือง

สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) เช่น

  • การติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis)

  • โรคหนองใน

  • การติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิด


4. ตกขาวสีน้ำตาล หรือมีเลือดปน

หากเป็นช่วงใกล้หมดประจำเดือน ร่างกายของผู้หญิงอาจมีตกขาวสีน้ำตาล เกิดจาก เลือดเก่าตกค้าง ซึ่งไม่เป็นอันตราย แต่ถ้ามีตกขาวสีน้ำตาลหรือมีเลือดปน โดยไม่ได้อยู่ในช่วงมีประจำเดือน และมีอาการร่วม เช่น

  • กลิ่นเหม็นผิดปกติ

  • ปวดท้องน้อย

  • เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์

  • ประจำเดือนผิดปกติ

อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพภายในช่องคลอด เช่น

  • แผลในช่องคลอด

  • การติดเชื้อที่ปากมดลูกหรือมดลูก

  • ติ่งเนื้อในมดลูก

  • ภาวะผิดปกติของปากมดลูก

ในบางกรณีที่พบไม่บ่อย คือ มะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะหากมีเลือดออกผิดปกติร่วมด้วย ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง


ตกขาวผิดปกติแบบไหน ควรรีบพบแพทย์

จริง ๆ แล้ว “สีของตกขาว” อาจยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ต้องดูอาการอื่นร่วมด้วย และให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยโรค โดยอาการร่วมที่น่ากังวล ได้แก่

  • คัน แสบ บวมแดงบริเวณจุดซ่อนเร้น

  • มีกลิ่นเหม็นแรง กลิ่นคาวปลา กลิ่นบูด หรือเหม็นเน่า

  • ปวดท้องน้อย แม้ไม่ใช่ช่วงมีประจำเดือน

  • เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

  • ปัสสาวะแสบ ขัด หรือเจ็บ

  • มีเลือดออกผิดปกติ

ที่สำคัญ อย่าซื้อยาสอดหรือยาปฏิชีวนะมากินเอง บางคนเมื่อตกขาวผิดปกติ ตกขาวสีเปลี่ยน หรือตกขาวมีกลิ่น มักรีบซื้อ ยาสอดช่องคลอด หรือ ยาฆ่าเชื้อ มากินเอง แต่จริง ๆ แล้ว เชื้อรา แบคทีเรีย และพยาธิในช่องคลอด ใช้ยาคนละชนิดกัน ถ้าใช้ยาผิด อาการอาจไม่หาย แถมทำให้เชื้อดื้อยา หรือกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย วิธีที่ดีที่สุด คือ ให้แพทย์ตรวจภายใน หรือนำตัวอย่างตกขาวไปตรวจ เพื่อรักษาอาการตกขาวผิดปกติให้ตรงกับสาเหตุของโรค


วิธีดูแลตัวเอง ลดความเสี่ยงตกขาวผิดปกติ

แม้ตกขาวจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราสามารถลดความเสี่ยงการติดเชื้อได้ด้วยวิธีง่าย ๆ

  • หลีกเลี่ยงการสวนล้างช่องคลอด

  • เลือกกางเกงชั้นในที่ระบายอากาศได้ดี

  • เปลี่ยนชุดชั้นในเมื่ออับชื้น

  • ไม่ใส่กางเกงรัดแน่นเกินไป

  • ดูแลความสะอาดอย่างอ่อนโยน

  • ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์


ขอบคุณข้อมูล


Comments


bottom of page