top of page

สีประจำเดือนบอกโรคได้จริงไหม?

  • 7 hours ago
  • 1 min read
สีประจำเดือนบอกโรคได้จริงไหม

สีประจำเดือนในแต่ละเดือนนั้นไม่เหมือนกัน บางครั้งเป็นสีแดงสด บางครั้งเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือมีสีเข้มกว่านั้น จนอดกังวลไม่ได้ว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนอะไรหรือเปล่า สีของประจำเดือนสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายได้หรือไม่


จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่แค่สีของประจำเดือน แต่ปริมาณเลือด กลิ่น ลักษณะของลิ่มเลือด อาการปวดท้อง และความสม่ำเสมอของรอบเดือน ล้วนบ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายได้


ทำไมสีประจำเดือนถึงเปลี่ยนไป?

ประจำเดือนไม่ได้ประกอบด้วยเลือดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเนื้อเยื่อบุโพรงมดลูก มูก และสารคัดหลั่ง ปะปนอยู่ด้วย ระยะของรอบเดือนจะอยู่ที่ทุก 21-35 วัน แต่ละรอบจะอยู่นาน 3-7 วัน ดังนั้น ความเชื่อที่ว่า ประจำเดือน คือ เลือดเสีย นั้นไม่ใช่เรื่องจริง แต่สีของประจำเดือนที่แตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็น เลือดเก่า หรือ เลือดใหม่ เช่น


ประจำเดือนสีแดงสด

มักเป็นเลือดใหม่ที่เพิ่งถูกขับออกจากมดลูก พบได้บ่อยในช่วงวันแรก ๆ ของการมีประจำเดือน หรือช่วงที่เลือดไหลมาก สีจึงออกมาเป็น สีแดงสด


ประจำเดือนสีแดงเลือดหมู

สีแดงเข้มหรือสีเลือดหมู มักเป็นเลือดที่ค้างอยู่ในมดลูกระยะหนึ่งก่อนถูกขับออกมา สังเกตได้ว่า ช่วงกลาง ๆ วันที่ 3 หรือ 4 ของรอบเดือน มักจะมีประจำเดือนสีแดงเลือดหมู


ประจำเดือนสีน้ำตาล

ประจำเดือนสีน้ำตาลมักจะเป็นเลือดเก่า มักพบในช่วงก่อนประจำเดือนจะมา หรือช่วงท้ายรอบเดือนที่เลือดไหลน้อยลง


ประจำเดือนสีชมพู

มักเกิดจากเลือดผสมกับมูกหรือตกขาว ทำให้สีดูจางลง หากพบประจำเดือนสีชมพูเป็นครั้งคราวอาจไม่ใช่เรื่องผิดปกติ


สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์

สีประจำเดือนเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถบอกโรคได้แน่ชัด แต่หากพบอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ไม่ควรปล่อยไว้ เช่น

  • ประจำเดือนมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ

  • ปวดท้องน้อยรุนแรงกว่าปกติ

  • เลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง

  • มีเลือดออกคล้ายกับการมีประจำเดือนมากกว่า 1 ครั้ง (เลือดออกมาก)

  • มีไข้

  • ประจำเดือนขาดติดต่อกันหลายเดือน

  • มีตกขาวสีเทา สีเขียว หรือสีส้ม ร่วมกับอาการคันและแสบช่องคลอด

สรุปสีประจำเดือนสามารถช่วยให้ผู้หญิงสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายได้ แต่ไม่ใช่เครื่องมือวินิจฉัยโรคโดยตรง


วิธีดูแลตัวเองช่วงมีประจำเดือน

ผู้หญิงที่มีประจำเดือนควรดูแลตัวเองให้มากเป็นพิเศษ ทั้งการดื่มน้ำ เลือกรับประทานอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ และใส่ใจเรื่องจุดซ่อนเร้นมากเป็นพิเศษ โดยล่้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่า หรือเลือกใช้น้ำยาล้างจุดซ่อนเร้นริริโกะที่ช่วยทำความสะอาด ลดกลิ่น เพิ่มความมั่นใจ

  • ค่า pH สมดุล 3.8-4.5

  • ล้างทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน

  • ยับยั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์

  • เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

  • ปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง

  • เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบางและแพ้ง่าย

สีประจำเดือนบอกโรคได้จริงไหม

ขอบคุณข้อมูล

Comments


bottom of page